มาดูประโยชน์ของ โยเกิร์ต หลายๆข้อที่บางคนอาจจะยังไม่รู้

ทราบกันดีอยู่แล้วว่า โยเกิร์ต มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย แต่ที่เจ๋งไปกว่านั้นคือ โยเกิร์ตไม่ได้มีดีแค่กินได้! แต่ยังสามารถนำมาทาและพอกผิวหน้า รวมไปถึงฟื้นฟูผมเสีย หรือจะใช้ขจัดคราบสนิมก็สามารถทำได้ด้วย มาดูประโยชน์ที่มีอีกของโยเกร์ตกันเถอะ

หมดปัญหาขับถ่ายด้วย โยเกิร์ต

1. ใช้ขัดคราบทองเหลืองและทองแดงให้วาววับ

ใช้โยเกิร์ตทาให้ทั่วเครื่องทองเหลือง จากนั้นก็ปล่อยให้โยเกิร์ตแห้ง แล้วจึงเช็ดออกด้วยผ้าที่แห้งและนุ่ม เสร็จแล้วล้างเครื่องทองเหลืองให้สะอาดหมดจดอีกครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีกลิ่นโยเกิร์ตติดอยู่

2. ป้องกันเชื้อรา

สำหรับสาวๆ ที่กังวลเรื่องกลิ่นอับและเชื้อราในช่องคลอด จนเกิดความไม่มั่นใจ แนะนำให้ทานโยเกิร์ตเป็นประจำนะคะ มันช่วยได้จริงๆ เพราะว่าแลคโตบาซิลลัสในโยเกิร์ตนั้น ช่วยลดเชื้อราได้

3. ส่งเสริมศิลปะให้ลูก

สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ หยดสีผสมอาหารลงในโยเกิร์ตรสธรรมชาติ แค่นี้คุณก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกน้อยจะเผลอกินสีน้ำหรือสีโปสเตอร์เข้าปาก เพราะสีสันสวยๆ จากสีโยเกิร์ตที่คุณทำขึ้นนี้ปลอดภัยและกินได้ แถมยังช่วยส่งเสริมทักษะศิลปะให้ลูกได้อีกด้วย

4. สปาเท้านุ่ม

หากไม่อยากเปลืองเงินไปกับการเข้าร้านทำเล็บแล้วล่ะก็ หยิบ โยเกิร์ต มา 1 ถ้วย ผสมเข้ากับวอลนัทบด แค่นี้ก็นำมาสครับเท้าที่หยาบกร้านให้กลับมาชุ่มชื่นนุ่มนวลได้แล้ว

5. ป้องกันแผลในกระเพาะ

ป้องกันแผลในกระเพาะ แลคโตบาซิลลัสจะช่วยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ H.Pylori ซึ่งเป็นสาเหตุของแผลในกระเพาะกว่า 90% ที่สำคัญยังช่วยรักษาสุนัขหรือแมวที่มีอาการปวดท้องได้ด้วย โดยเหมาะสำหรับสุนัขและแมวที่มีน้ำหนักไม่เกิน 15 ปอนด์ โดยให้เพิ่มโยเกิร์ต 2 ช้อนชาในมื้ออาหาร 1 ช้อนโต๊ะสำหรับสุนัขขนาดกลาง, 2 ช้อนโต๊ะสำหรับสุนัขที่มีน้ำหนัก 35-85 ปอนด์ และ 3 ช้อนโต๊ะสำหรับสุนัขตัวใหญ่ที่มีน้ำหนัก 85 ปอนด์

6. ช่วยให้ขนสุนัขเงางาม

สุนัขของคุณมีขนหมองคล้ำแม้หลังจากอาบน้ำหรือไม่? ถ้าใช่ ลองเอาโยเกิร์ตชโลมไปที่ขนสุนัข (3 ถ้วยสำหรับสุนัขขนาดใหญ่) นวดให้ซึมและปล่อยทิ้งไว้สัก 5 นาที หลังจากนั้นอาบน้ำให้น้องหมาอีกรอบ คุณจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนเลยว่า ขนสุนัขนั้นเงางามขึ้น เพราะโยเกิร์ตทำงานในลักษณะเดียวกับที่ใช้ในการปรับสภาพเส้นผมของเรานี่แหละ

7. ลดอาการไหม้แดด

ว่านหางจระเข้และครีมโกนหนวดไม่ใช่วิธีเดียวที่สามารถรักษาผิวไหม้ได้อย่างรวดเร็ว คุณสามารถบรรเทาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้โดยใช้โยเกิร์ตธรรมดา และปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที โยเกิร์ตไม่เพียงช่วยระบายความร้อน แต่ด้วยคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย จะช่วยยับยั้งการเผาไหม้จากการติดเชื้อและช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นได้ดีอีกด้วย

8. ช่วยให้หน้าใส

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า กินโยเกิร์ตช่วยให้ขับถ่ายสะดวก ลำไส้สะอาด ดังนั้นใบหน้าของเราก็ต้องใสอย่างแน่นอน แต่รู้หรือไม่ว่าโยเกิร์ตนั้นสามารถนำมาพอกหน้าเพื่อบำรุงผิวพรรณ และช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยน ทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่มและขาวกระจ่างใสขึ้นได้ รวมถึงช่วยบรรเทาการอักเสบของสิวได้อีกด้วย โดยโยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้าง และไม่เป็นอันตรายต่อผิว

หากสาวๆ มีรอยดำจากสิวหรือมีรอยคล้ำจากแดด ลองใช้สูตรโยเกิร์ต 1/2 ถ้วย + นํ้ามะนาว 1 ช้อนชา นำมาพอกลงบนผิวหน้าจนทั่ว โดยพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด รับรองหน้าใสไร้สิว และยังช่วยให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ ไม่แก่ก่อนวัยอีกด้วย

9. ฟื้นฟูผมเสียให้กลับมาเงางาม

ไม่ว่าคุณจะมีเส้นผมประเภทใดก็ตาม หรือเพิ่งไปลงเคมีจัดๆ กับเส้นผม จนผมเสีย ดูแห้งหยาบกร้าน โยเกิร์ตสามารถเยียวยาเส้นผมและจิตใจของคุณได้ค่ะ เพราะโปรตีนในโยเกิร์ตจะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับเส้นผม ซึ่งจะช่วยซ่อมแซมผมที่แตกปลาย ในขณะที่กรดแลคติคจะให้ความชุ่มชื่นแก่เส้นผมของคุณ นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี 12 และสารอาหารต่างๆ ที่ช่วยลดรังแคและป้องกันผมหงอกก่อนวันอันควรอีกด้วย

สาวๆ จึงควรหมักผมด้วยโยเกิร์ตบ้าง อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยผสมโยเกิร์ต น้ำผึ้ง และว่านหางจระเข้ ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน คนจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาชโลมให้ทั่วเส้นผมตั้งแต่รากจรดปลาย หมักทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น โปรตีนจากโยเกิร์ตและว่านหางจระเข้จะช่วยบำรุงให้เส้นผมชุ่มชื่นสวยงาม

ข้อมูล : www.interguardias.com

สาระ ข่าวสารอื่นๆ : https://belevaandmilanov.com/

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *