ลดอุณหภูมิห้องด้วยสีโทนเย็น

ลดอุณหภูมิห้องด้วยสีโทนเย็น การลดอุณหภูมิห้องด้วยความรู้สึกจากสายตา กับการปรับโทนสีห้อง สีทาบ้าน สามารถปรับอุณหภูมิลดลงมาได้ ทั้งความรู้สึกและความเป็นจริง โดยการเลือกสีโทนเย็นและสีโทนอ่อนมาใช้ในการตกแต่ง สีโทนเย็นปกติแล้วมักเป็นสีของธรรมชาติ สายน้ำ ต้นไม้ เป็นต้น คุณอาจเลือกสีที่ใกล้เคียงในโทนเดียวกัน สลับกับสีโทนอ่อน เพื่อให้ห้องอมความร้อนน้อยลง เพิ่มแสงสว่างให้ห้อง เพื่อการประหยัดค่าไฟได้มากขึ้น

โดยปกติแล้ว สีแต่ละสี จะมีค่าความสว่างแตกต่างกัน จากการศึกษาพบว่าพลังงาน ร้อยละ 25  ถูกนำไปใช้สำหรับการสร้างแสงสว่างภายในบ้านของเรา ดังนั้นการเลือกใช้สีที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงสูง จะช่วยให้ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับแสงสว่างได้ โดยสีอ่อน จะให้ค่าแสงสว่างสูงกว่าสีเข้มอีกทั้งสีเข้มยังมีลักษณะที่มืด ดูดซับความร้อนจากแสงสว่าง ทั้งแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ แสงสว่างจากหลอดไฟ ทำให้เปลืองพลังงานทั้งด้านแสงสว่างและด้านการใช้เครื่องปรับอากาศการออกแบบบ้านเพื่อสุขภาพที่ดี

ลดอุณหภูมิห้องด้วยสีโทนเย็น

ลดอุณหภูมิห้อง

วิธีที่ดีที่สุดในมุมมองของคุณสมบัติสี ควรเลือกสีโทนอ่อน ประเภทสีขาว ครีม หรือสีอื่นๆ ที่มีความอ่อน จะช่วยให้ภายในห้องเย็นและประหยัดค่าไฟฟ้าได้ดีกว่า แต่ทั้งนี้ในมุมมองของการตกแต่ง คุณผู้ชมบางท่านอาจไม่ชอบสีโทนอ่อน อาจประยุกต์สีสันบางส่วนมาตกแต่งเพื่อสร้างความเบิกบาน หรือเลือกของแต่งบ้านที่มีสีสันเข้มมาประดับ เพื่อให้ห้องดูโดดเด่นไม่เบื่อจนเกินไป ก็ย่อมเป็นไอเดีย ที่ดีได้เช่นกัน โดยสีโทนร้อนจะเน้นไปทางด้าน สีแดง ส้ม เหลือง หรือสีต่างๆ ที่มีลักษณะเข้ม ส่วนสีโทนเย็นเป็นเช่นไรกันบ้างครับ ปรับห้องของเราให้ดูเย็นตา เย็นใจได้อย่างง่ายๆ อีกทั้งยังใช้งบประมาณไม่มากนัก มองเห็นความเย็นได้อย่างรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรื้อห้อง ปรับวัสดุ ก็ช่วยได้เยอะเช่นกัน

บ้านเย็น อยู่บ้านได้ตลอดทั้งปี ไม่มีเบื่อ

ไม่ว่าจะฤดูไหน เดือนอะไร ก็หนีอากาศร้อนไปไม่พ้น เรียกได้ว่าประเทศนี้มีแค่ฤดูร้อนมาก กับฤดูร้อนน้อยเท่านั้นเอง และด้วยอากาศแบบนี้เองที่อาจทำให้การพักผ่อนหย่อนกายภายในบ้านของคุณอาจไม่เป็นสุข ดังนั้น ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นสร้างบ้านสักหลัง เราจึงอยากแนะนำเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้บ้านของคุณเย็นสบาย น่าอยู่ ให้คุณได้ใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศร้อนๆ แสงแดดเปรี้ยงๆ ของดวงอาทิตย์ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน ซึ่งเคล็ดลับง่ายๆที่ว่านั้น

1. ออกแบบบ้านให้วางตัวขวางทางทิศเหนือ-ใต้ เพราะหลังคาและผนังจะโดนแดดน้อยและสามารถรับลมได้มากกว่า
2. เลือกใช้วัสดุที่ไม่สะสมความร้อน อย่างอิฐมวลเบาในการก่อผนังบ้าน หรือก่อผนังสองชั้นร่วมกับการใช้ฉนวนกันความร้อนที่ผนังเพื่อช่วยป้องกันความร้อนได้มากขึ้น
3. อากาศร้อนที่ผ่านเข้ามาในบ้านส่วนหนึ่งจะสะสมอยู่ใต้หลังคา และระบายออกที่ชายคารอบบ้าน ดังนั้น ควรติดตั้งระบบหลังคาระบายอากาศ ตราช้าง ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำจะช่วยนำความร้อนมาสร้างระบบหล่อเย็นใต้ผืนกระเบื้อง ทำให้ผืนหลังคามีการระบายอากาศอย่างต่อเนื่อง ทำให้บ้านเย็นสบาย น่าอยู่ขึ้นอีกขั้น
4. ปกติความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้านกว่า 70% ผ่านมาทางหลังคา ดังนั้น คุณควรติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนที่ได้มาตรฐาน นั่นก็คือ แผ่นสะท้อนความร้อน ตราช้าง ที่นอกจากจะช่วยป้องกันความร้อนไม่ให้เข้าสู่บริเวณหลังคาบ้านแล้วยังสามารถสะท้อนรังสีความร้อนได้ถึง 95% หรือ ติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อน ตราช้าง รุ่นอัลตร้าคูล ที่ผสานเทคโนโลยีการป้องกันความร้อนเข้ากับฉนวนเขียว GREEN-3ด้วยประสิทธิภาพนี้ จึงสามารถกันร้อนได้ถึง2 ขั้น ทั้งป้องกันและสะท้อนความร้อนใน
หนี่งเดียว ช่วยให้บ้านเย็นสบายกว่าที่เคย
5. ไม่ควรใช้หลังคาสีเข้มเพราะสีของหลังคาจะสะสมความร้อน และควรวางหลังคาให้มีความลาดชันไม่เกิน 45 องศาเพื่อช่วยบังแดดให้กับหลังคาอีกด้าน
6. ออกแบบผนังด้านที่ได้รับความร้อนมากให้มีแผงกันแดดหรือระแนงไม้ เพื่อไม่ให้ความร้อนจากแสงกระทบกับผนังบ้านโดยตรงพร้อมช่วยระบายอากาศร้อนจากภายในออกสู่ภายนอกบ้าน
7. ปลูกต้นไม้ที่มีทรงพุ่มสูง เพื่อช่วยลดอุณหภูมิจากลมร้อนภายนอกที่พัดเข้ามาในบ้าน พร้อมเพิ่มร่มเงาในการป้องกันแดดให้กับบ้าน
8. ออกแบบแปลนบ้านแบบเปิดโล่ง (Open Plan) โดยการลดผนังที่ใช้กั้นห้องต่างๆ เพื่อช่วยให้บ้านมีการระบายอากาศที่ดีขึ้น
9. นอกจากการระบายความร้อนบนหลังคาแล้ว ที่บริเวณหน้าต่างก็ควรมีการระบายความร้อนเช่นกัน ดังนั้น ในแต่ละห้องควรมีหน้าต่างอย่างน้อยสองด้าน เพื่อให้ลมที่ผ่านเข้ามามีทางออก และที่สำคัญอย่าวางเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของบังทางลม

แต่งห้องนอน สำหรับเด็ก ลดอุณหภูมิห้องด้วยสีโทนเย็น

แต่งห้องนอน สำหรับเด็ก

ห้องนอนสำหรับเด็ก

– ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของคนเป็นพ่อ เป็นแม่ นั่นคือ การได้เห็นผลงานชิ้นใหญ่ ที่ก่อเกิดจากการสร้างร่วมกันทั้งคู่ โดยมีลูกน้อยหนึ่งคน และสุขไปยิ่งกว่านั้นคือการได้เห็นลูกน้อยของคุณ เจริญเติบโตแค่นี้ก็เป็นความสุขยิ่งใหญ่ของพ่อแม่แล้ว อย่างไรก็ตาม ก่อนเขาจะโตจนถึงขนาดนั้น ยังมีขั้นตอนที่จะต้องดูแลเด็กกัน นับตั้งแต่เขาเกิดมาไปจนถึงเติบใหญ่เลี้ยงตัวเองได้ บ้านที่เคยเป็นที่อยู่ของสองคนก็จะต้องเตรียมจัดแบ่งพื้นที่สำหรับผู้ที่เกิดมาใหม่ บ้านที่เคยเงียบ บ้านที่เคยเงียบ มีแค่เสียงทีวี เสียงเพลง แต่ตอนนี้ จะมีเสียงเด็กร้องที่บริสุทธิ์สดใส เสียงอ้อน และเสียงหัวเราะของเด็กอย่างไรเดียงสา ตลอดจนเสียงกล่อมนอน เสียงแห่งความรักของพ่อแม่

มีเด็กเป็นจำนวนไม่น้อยที่สามารถเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและทราบว่าของเล่นชิ้นไหนเป็นของตนหรือของผู้อื่น ตลอดจนทราบถึงที่นอน ที่อยู่ของตนที่พ่อแม่จัดให้ อาจเป็นที่นอนตะกร้า หรือที่แคบ ๆ มุมใดมุมหนึ่งของห้องว่าเป็นห้องส่วนตัวของเขา ที่เขาจะร้อง หัวเราะร้องให้หรือเล่นได้ตามความพอใจ การจัดห้อง สำหรับเด็กเป็นความจำเป็นอย่างหนึ่งที่ควรจะต้องจัดหาไว้ ซึ่งการเตรียมห้องสำหรับเด็กนั้น อาจจะจัดหากันตั้งแต่เด็ก ๆ หรือเด็กที่เริ่มโตแล้ว โดยห้องสำหรับเด็กเล็ก ๆ ยังไม่ต้องจัดอะไรอย่างครบถ้วนนัก เพราะต้องอยู่ในความดูแลของพ่อแม่ พี่เลี้ยง แต่เด็กที่เริ่มโตจะต้องมีห้องของเขาได้แล้ว การจะจัดห้องสำหรับเด็กจะเริ่มกันตรงไหนดี ถ้ายังคิดไม่ออก ก็ลองมานึกถึงเรื่องนี้กันก่อน เมื่อลูกหลานของคุณเริ่มจะโตแล้ว ไม่ต้องคอยดูแล หรือนอนเองได้แล้ว จะจัดห้องให้เป็นห้องนอน หรือเป็นห้องนั่งเล่นด้วย ควรจัดห้องให้เด็กใกล้ห้องนอนของคุณหรือใกล้กับห้องนั่งเล่นของครอบครัว

– สำหรับเด็กเล็กอายุไม่เกิน 4 ขวบ การเตรียมสถานที่ให้เล่นต้องคำนึงว่าสามารถดูแลเด็กได้ตลอดเวลาหรือไม่ ในบริเวณที่เลี้ยงเด็กมีสิ่งของ สภาพบ้าที่เป็นอุปสรรคต่อการเลี้ยงเด็ก หรืออาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กที่จะเล่นบริเวณนั้นหรือไม่

ห้องนอนสำหรับเด็กทารก

  • ส่วนมากพ่อแม่นำเด็กเกิดใหม่ใส่ตะกร้าไว้ใกล้ ๆ หรือในห้องนอนของตน เพื่อได้ดูแลอย่างใกล้ชิด หรือมิฉะนั้นก็ไว้ในห้องสำหรับเด็ก แต่เปิดประตูเข้าถึงกันได้อย่างสะดวก เด็กแรกเกิดคงไม่ทราบหรือไม่ต้องการที่จะนอนเตียงใหญ่ ๆ ซึ่งมีเครื่องนอนครบครัน เขาคงต้องการเพียงที่นอนเล็ก ๆ ที่ปูในตะกร้าเด็กอ่อนมีอากาศที่บริสุทธิ์ มีนมเพียงขวดเดียวในห้องส่วนตัวคือในตะกร้า หรือเปลเล็ก ๆ นั้น และขอหลับให้สบาย เพื่อจะได้ตื่นมาอย่างสดชื่นก็พอใจแล้ว เมื่อเด็กเริ่มรู้ เริ่มคลาน หรือเดินได้ ควรที่จะแยกเขาออกจากพ่อแม่ได้แล้ว และไปอยู่ในห้องที่จัดไว้ข้างเคียงกับห้องพ่อแม่ที่เปิดประตูทิ้งไว้เพื่อเข้าไปดูได้อย่างสะดวก
  • บางบ้านติดตั้งเครื่องติดต่อภายในไว้ใกล้กับที่เด็กนอนเมื่อเด็กตื่นเด็กร้องก็จะได้รู้ทันที และรีบมาดูแล หรือเล่นกับเขา การติดเครื่องติดต่อภายในแบบนี้ ไม่ได้สิ้นเปลืองมากมาย เพราะใช้ประโยชน์ในการติดต่อกัน ในห้องอื่น ๆ หรือในกรณีที่ไม่มีพี่เลี้ยงที่เป็นผู้ดูแลเด็กโดยตรง พ่อแม่ก็สามารถที่จะดูแลเด็กที่นอนอยู่อีกห้องหนึ่งได้

การเลือกซื้อเตียงนอนเด็ก ออกแบบภายใน

  • เมื่อจะเปลี่ยนจากตะกร้าเลี้ยงเด็กมาเป็นเตียงควรที่จะเลือกเตียงแบบเรียบ ใช้กับเด็กได้ตลอดช่วงอายุหนึ่ง ถ้าไม่ต้องการเปลี่ยนเตียงบ่อย ๆ ควรเลือกเตียงที่ข้างหนึ่งสูง จะเป็นประโยชน์มากกว่าเตียงที่เตี้ย ที่แคบและควรเป็นเตียงที่ไม่ต้องตกแต่งระบายอะไรมากนัก
  • คุณสมบัติของเตียงนอนเด็ก ควรเป็นเตียงที่มีความมั่นคงแข็งแรงและเป็นเตียงใหญ่พอที่จะใช้สำหรับ เด็กที่จะโตไปอีกระยะหนึ่ง สำหรับเตียง 2 ชั้นนั้น ไม่ควรให้เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบขั้นไปนอน เพราะอาจจะพลัดตกลงมาได้ เนื่องจากยังอยู่ในวัยเยาว์ช่วยตัวเองไม่ได้มากนัก แต่สำหรับเด็กที่ โตบ้างแล้วก็สามารถใช้ได้แต่ก็ต้องจัดตรวจดูเตียงแบบ 2 ชั้น ให้มีความแข็งแรงและบันไดขึ้นลงสะดวก ตลอดจนมีราวกั้นเพื่อกันตก เตียง 2 ชั้น บางแบบสามารถเก็บเข้าผนังได้ โดยใช้ขอเกี่ยว ทำให้ประหยัดเนื้อที่ได้

การเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์

  • เมื่อลูกของคุณเริ่มเดินได้ เด็กจะเดินสำรวจห้องส่วนตัวของเขาไปทั่วพบเห็นอะไรที่สงสัยว่ามันเป็นอะไร กินได้หรือไป กินได้หรือไม่ ก็ต้องดึงหยิบ หรือเอามาดูให้รู้จัก และแสดงความเป็นเจ้าของ ดังนั้นของที่อยู่ในห้องเด็กนั้นถ้าไม่จำเป็นแล้วอย่าได้นำอะไรที่ไม่จำเป็นสำหรับเด็กไปวางเลย ที่จำเป็นต้องวางก็จะต้องอยู่เป็นที่เป็นทาง มีความมั่นคงแข็งแรง เพราะเด็กอาจจะดึง หรือปีน เช่น เครื่องเล่น โต๊ะเก้าอี้ เป็นต้น
  • บางบ้านจัดเตรียมเก้าอี้ทานอาหารสำหรับเด็ก ที่เป็นแบบแขวนกับเก้าอี้ทานข้าวของผู้ใหญ่ได้ซึ่งเป็นความคิดที่ดี เพราะจะเป็นการฝึกให้เด็กร่วมรับประทานข้าวกับพ่อแม่ และสร้างบรรยากาศของความอบอุ่นผูกพันระหว่างบุคคลในครอบครัวด้วย

การทำพื้นห้อง

  • พื้นผิวของห้องเด็กมีความสำคัญมากเพราะเด็กจะคลานจะเดินวิ่งในห้องตลอดเวลา พื้นต้องเรียบ ต้องสะอาด ไม่มีสิ่งของเกะกะและเป็นอันตราย เพราะร่างกายของเด็กยังบอบบางมาก ถ้ากระทบอะไรนิดหน่อยก็จะเจ็บปวด หรือไม่สบายได้

การจัดแสงสว่างภายในห้อง

  • ควรมีอย่างเพียงพอเพราะจะได้มองเห็นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะจะต้องเห็นว่าเด็กกำลังทำอะไร ส่วนในเวลากลางคืนเด็กหลับ ก็จะต้องพรางไฟอ่อนไว้ด้วย อย่าให้แสงไฟจ้าไป จะรบกวนเด็กเวลานอน

ที่เก็บของเล่นเด็ก สมบัติอันล้ำค่า

  • เจ้าตัวน้อยของคุณ มักมีของเล่นสะสม อาจเรียกได้ว่า เป็นสมบัติอันล้ำค่าของเค้าเลยก็ว่าได้ ดังนั้นจึงควรมีที่เก็บสมบัติเพื่อไม่ให้สิ่งของนั้นวางเกะกะเกลื่อนกลาดด้วย ปกติแล้ว เตียงเด็กแบบติดข้างฝา จะมีลิ้นชักเพื่อเก็บของเล่นของเด็กได้ หรือจะจัดทำเป็นกล่อง วางชิดมุมใดมุมหนึ่งโดยไม่เกะกะ เพื่อใช้เป็นพื้นที่เก็บของในห้องของเด็กได้

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *