ฮอยอัน เมืองมรดกโลก

ฮอยอัน เมืองมรดกโลก ฮอยอัน Hoi An หรืออ่านตามสำเนียงเวียดนามว่า โฮยอาน เมืองเล็กๆ อยู่ทางตอนกลางของประเทศในเขตจังหวัดกว๋างนาม ซึ่งในอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยทีเดียว

มาชิล เมืองคอง
ค่าเข้าเมืองโบราณฮอยอันนั้น จะอยู่ที่คนละ 120,000 ดอง (ประมาณคนละ 185 บาท) หลังจากได้ตั๋วมาแล้ว ก็ได้เวลาเดินเที่ยวค่ะ ที่ฮอยอันนี้ เราจะเลือกเดินเล่นไปตามตรอกซอกซอยเองก็ได้ หรือ จะเช่าจักรยานปั่นเที่ยวก็ได้ค่ะ ราคาค่าเช่าจักรยานจะอยู่ที่คันละประมาณ 25,000 ดอง (38 บาท)

ฮอยอัน เมืองมรดกโลก

ฮอยอัน

ขึ้นทะเบียน เมืองมรดกโลก

ในเมืองฮอยอันนั้นมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหนในโลกเลยทีเดียวค่ะ ความสวยงามของ ฮอยอัน ทำให้ เมื่อปี ค.ศ.1999 องค์การยูเนสโก UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนเขตเมืองเก่าของฮอยอันให้เป็นมรดกโลก ด้วยเหตุผลว่า เป็นตัวอย่างของเมืองท่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15-19 ที่มีการผสมผสานศิลปะและสถาปัตยกรรมทั้งของท้องถิ่นและของต่างชาติไว้ได้อย่างมีเอกลักษณ์ และอาคารต่างๆ ภายในเมืองได้รับการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพเดิมไว้ได้เป็นอย่างดีทีเดียว

สะพานญี่ปุ่น

สะพานญี่ปุ่น

สะพานญี่ปุ่น เรียกว่าเป็นซิกเจอร์ของฮอยอันที่ต้องมา เป็นสะพานที่ทอดข้ามคลองเพื่อกั้นแบ่งเขตชุมชนของชาวญี่ปุ่น มีรูปทรงโค้ง หลังคามุงกระเบื้องดินเผาโบราณสีเหลืองและเขียว ถ้าสังเกตดี ๆ ก่อนข้ามจะมีรูปปั้นสุนัขกำลังนั่ง และเมื่อข้ามไปแล้วจะเจอรูปปั้นลิง แฝงความหมายว่าสะพานนี้เริ่มสร้างในปีวอก และสร้างเสร็จในปีจอนั่นเอง

ไฮไลท์ ซึ่งสร้างโดยคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ที่นี่ในอดีตค่ะ จึงมีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และนับเป็นสัญลักษณ์ของเมืองฮอยอันไปเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น ถ้าได้ไปเที่ยวฮอยอัน ห้ามพลาดไปถ่ายรูปสวยๆ ที่สะพานญี่ปุ่นแห่งนี้เลยเด็ดขาดเลยนะจ๊ะ !

เดินเล่นไปรอบๆ ในเมืองก็จะมีทั้ง ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายผลงานทางศิลปะ และหัตถกรรม บ้านเก่าต่างๆ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม และริมฝั่งคลองก็มีร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ บาร์ต่างๆ เยอะแยะทีเดียว

ตลาดสด ฮอยอัน

ตลาดสด ฮอยอัน

ด้านหลังของฮอยอัน จะเป็นตลาดที่ขายของสดค่ะ มีผู้คนมากมายเลยทีเดียวที่มาหาซื้ออาหารต่างๆ จากที่นี่ นอกจากอาหารสดแล้วก็ยังมีแนวๆ คุณป้าหาบของมาขายอีกแล้ว เหมือนในบ้านเราเลยค่ะ

ตกเย็นแดดเริ่มคล้อยต่ำลง เราไปเดินชิลฝั่งริมน้ำกันบ้าง เห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ และนักท่องเที่ยว ผมสมผสานกันอย่างกลมกลืน มีเฝอให้นั่งกินริมทาง มีขนมหน้าตาแปลกๆ ที่ชื่อ Mango Cake ที่ซื้อมาชิมแล้วข้างในเป็นไส้ถั่ว ไม่รู้มีมะม่วงปนอยู่ตรงไหน ก็เป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนดีค่ะ ฮ่า

นั่งรถสามล้อ Cyclo

หลังพระอาทิตย์ตก ฮอยอัน มีสีสันมากกว่าเดิม ด้วยแสงไฟจากโคมที่ห้อยประดับตกแต่งอยู่ตามถนน และร้านรวงต่างๆ เราเลยได้โอกาส ไปนั่งรถสามล้อ Cyclo ปั่นเที่ยวรอบเมืองชมบรรยากาศตอนกลางคืนก่อนกลับไปฝันหวานในคืนนี้

ไม่แปลกใจเลยที่เมืองเล็กๆ ริมน้ำแห่งนี้จะมีเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้หลงใหล ที่มีมีความเรียบง่าย ให้ความรู้สึกถึงเสน่ห์ของเอเชียอย่างเต็มเปี่ยม เป็นอีกที่ที่ถ้ากลับมาแล้ว เราจะไปบอกเพื่อนค่ะว่า ฮอยอัน…ฉันยิ่งกว่ารักเธอ และถ้ามีโอกาสเราจะไม่พลาดมาเที่ยวที่นี่อีกครั้งแน่นอน

ฮอยอัน ฉันรักเธอ พูดได้เต็มปากเต็มคำก็เมื่อได้มาสัมผัสสถานที่จริงวันนี้แหละ ความเรียบง่ายของวิถีชีวิต เสน่ห์ของตึกเก่าสีเหลืองสุดคลาสสิค ความเก่าแก่และความทันสมัยที่ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัว ทั้งหมดทั้งมวลมันชวนให้เราหลงไหลไม่ต่างจากนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ และถ้ามีโอกาสเราจะกลับมาเยือนฮอยอันอีกเป็นครั้งที่สองแน่นอน

เราเดินชิลล์ ๆ ชมวิวไปเรื่อย ๆ … บริเวณนี้คือแม่น้ำทูโบนค่ะ เป็นเส้นทางที่ชาวบ้านใช้สัญจรไปมาสองฟากฝั่ง บ้างก็ออกหาปลาในแม่น้ำ มีเรือนำเที่ยวทั้งเรือพาย เรือยนต์ จอดเรียงรายเต็มลำน้ำ

บ้านเลขที่ 101 เป็นบ้านที่โด่งดังของตระกูล Tan Ky เสือ มังกรสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง มี 2 ชั้น อายุมากกว่า 75 ปี  ซึ่งอยู่อาศัยกันมาถึง 6 รุ่นแล้ว ภายในมีบ่อน้ำตั้งอยู่กลางบ้านเหมือนบ้านชาวจีน มีห้องนอน ห้องรับแขก ห้องสมุด ห้องครัว ข้าวของเครื่องใช้ที่ดูแลรักษามาเป็นอย่างดี และมีร่องรอยน้ำท่วมที่ถูกทำสัญลักษณ์บ่งบอกระดับน้ำในแต่ละปีบนฝาผนังบ้าน เนื่องจากหลังบ้านติดกับแม่น้ำทูโบน จึงมักเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *