พาเที่ยว เกาะบูราโน่ (Burano)

เกาะบูราโน่ (Burano)

เกาะบูราโน่

เกาะแห่งนี้เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงอันสงบสุข โดดเด่นด้วยอาคารบ้านเรือนสีสันสดใสเรียงรายอยู่บนเกาะ และหอเอียงแห่งบูราโน่ (Burano’s Leaning Bell Tower) ซึ่งเป็นหอระฆังความสูง 53 เมตรที่มีความเอียงจากการทรุดตัวของพื้นดินด้านล่าง นอกจากทัศนียภาพอันสวยงามบนเกาะแล้ว ที่นี่ยังมีชื่อเสียงด้านงานหัตถศิลป์ในการถักทอผ้าลูกไม้ ซึ่งจัดเป็นศิลปาชีพท้องถิ่นของเกาะแห่งนี้ที่สร้างรายได้จำนวนมากให้กับชาวบ้าน โดยนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ผ้าลูกไม้เมอร์เล็ตโต (Museo del Merletto) ที่จัดแสดงความเป็นมาของการผลิตผ้า และยังมีร้านค้าและร้านขายของที่ระลึกให้ซื้อสินค้าติดมือกลับไปได้อีกด้วย นอกจากนี้ เนื่องด้วยเป็นหมู่บ้านชาวประมง ของขึ้นชื่อของที่นี่จึงเป็นความสดของปลาทะเลที่นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มลองรสชาติได้จากร้านอาหารต่างๆ ที่อยู่บนเกาะ เกาะบูราโน่จึงเป็นหนึ่งในหมู่เกาะของเวนิสที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากสถานที่สวยที่สุดในลาว

ประวัติ เกาะบูราโน่

เกาะบูราโน่อยู่ห่างจากเมืองเวนิสไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 11 กิโลเมตร มีประชากรท้องถิ่นประมาณ 3,000 คน ชื่อ “Burano” มาจากภาษาท้องถิ่นว่า “Porta Boreana” มีความหมายว่า “ประตูเมืองด้านเหนือ” เกาะแห่งนี้มีความโดดเด่นจากอาคารบ้านเรือนที่มีสีสันสดใสตัดกับสีของท้องฟ้าและท้องทะเล เกิดเป็นทัศนียภาพที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ในอดีตบ้านเรือนที่สร้างในช่วงแรกที่มีประชากรอพยพมาตั้งถิ่นฐานนั้นสร้างจากโคลนและไม้ ต่อมาเมื่อมีการตั้งรกรากอย่างจริงจังจึงมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนด้วยอิฐเพื่อความคงทนแข็งแรงและทาด้วยสีสันสดใส ข้อสันนิษฐานของการทาสีบ้านด้วยสีสันฉูดฉาดอาจเป็นเพราะในอดีตชาวประมงต้องการทำสัญลักษณ์ให้สังเกตเห็นเกาะได้ง่าย เพื่อที่ชาวประมงจะได้สามารถมองเห็นเกาะที่เป็นบ้านของตัวเองได้จากนอกชายฝั่งเมื่อออกเรือไปหาปลาในระยะไกล เนื่องจากมีหมู่เกาะในท้องทะเลมากมาย

มีการก่อสร้างสถาปัตยกรรมอื่นๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น โบสถ์ซันมาร์ติโน่ (San Martino Vescovo’s Church) และมีหอเอียงแห่งบูราโน่ (Burano’s Leaning Bell Tower) ซึ่งเป็นหอระฆังความสูง 53 เมตรที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 ด้วยสถาปัตยกรรมเรเนซองและนีโอคลาสสิก (Renaissance and Neoclassical Architecture) แต่เนื่องจากมีการทรุดตัวของดินจึงทำให้หอเอน และจตุรัสเปียซซ่าบัลแดซแซเร กัลลัปปี (Piazza Baldassarre Galuppi) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่นายบัลแดซแซเร กัลลัปปี นักแต่งเพลงชาวเวนิสในช่วงศตวรรษที่ 17

เกาะบูราโน่ยังเป็นที่ผลิตผ้าลูกไม้ที่มีชื่อเสียงมากจนกระทั่งดังระดับโลก ซึ่งเป็นศิลปาชีพท้องถิ่นที่มีความสวยงามและมีเทคนิคเฉพาะตัว และมีพิพิธภัณฑ์ผ้าลูกไม้เมอร์เล็ตโต (Museo del Merletto) ที่จัดแสดงความเป็นมาของการผลิตผ้าลูกไม้ให้นักท่องเที่ยวที่สนใจได้เที่ยวชม และสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ที่ร้านค้าและร้านขายของที่ระลึก เกาะบูราโน่จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งของเมืองเวนิส ที่สามารถมาเที่ยวได้ทั้งแบบเช้าไปเย็นกลับ หรือจะถ้าจะพักค้างคืน บนเกาะก็มีที่พักไว้บริการอีกด้วย

เกาะบูราโน่มีคลองสายเล็กๆ คดเคี้ยวไปทั่วเกาะ สองฝั่งคลองเป็นทางคนเดินทอดยาวไปกับลำคลองและอาคารบ้านเรือนสีสันสะดุดตา

Burano

Burano  เป็นเกาะเล็กๆที่สวยงามทางตอนเหนือของทะเลสาบเวนิสที่มีชื่อเสียงในด้านการทำลูกไม้และสำหรับบ้านชาวประมงที่มีสีสันสดใส เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่จัดได้ว่าเป็นสวรรสำหรับช่างภาพ

Burano เป็นเกาะใน Venetian Lagoon ทางตอนเหนือของอิตาลี ตั้งอยู่ใกล้กับ Torcello ทางตอนเหนือสุดของ Lagoon เกาะที่สวยงามแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันสำหรับสินค้าและการผลิตงานลูกไม้และบ้านเมืองประมงที่มีสีสันสดใส  เศรษฐกิจหลักในปัจจุบันของเกาะคือการท่องเที่ยวด้วยการดูแลต้อนรับนักท่องเที่ยวในการเที่ยวชมยังสถานที่ต่างๆ การให้บริการร้านค้าร้านอาหารและการจำหน่ายสินค้าต่างๆ โดยเฉพาะสินค้าลูกไม้ที่เป็นสินค้าอันขึ้นชื่อของเกาะ

เกาะบูราโน่แห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเวนิสประมาณ 7 กิโลเมตรหรือประมาณ 4 ไมล์ และห่างจากจัตุรัส St.Mark’s Square ไปประมาณ 40 นาที โดยการเดินทางด้วยเรือประจำแบบ vaporetto เกาะนี้เชื่อมต่อกับสะพาน Mazzorbo และได้รับการแบ่งออกเป็นห้า sestieri ซึ่งมีประวัติศาสตร์เช่นเดียวกับศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของเมืองเวนิส  มีความหนาแน่นของประชากรสูงซึ่งคำนวณได้มากกว่า 13000 ตารางกิโลเมตรหรือมากกว่า 20 เท่าของความหนาแน่นของ Mazzorbo ที่อยู่ใกล้เคียง

โดยพื้นที่เกือบทั้งหมดของเกาะนั้นเต็มไปด้วยที่อยู่อาศัยและมีพื้นที่สีเขียวอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น  มีข้อสันนิษฐานว่าเกาะนี้อาจเป็นที่ตั้งถิ่นฐานโดยชาวโรมันในศตวรรษที่ 16 และถูกยึดครองโดยผู้คนจาก Altino ผู้ซึ่งตั้งชื่อให้เป็นหนึ่งในประตูเมืองเก่าของตน มีเรื่องราวสองเรื่องที่ได้กล่าวถึงการตั้งชื่อเมืองนี้ หนึ่งในนั้นคือว่า เมืองนี้ก่อตั้งครั้งแรกโดยครอบครัว Buriana ซึ่งเป็นคนแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานใน Burano ซึ่งมาจากเกาะเล็กๆ ของ Buranello ประมาณ 8 กิโลเมตรไปทางทิศใต้

เมื่อศตวรรษที่ 16 ผู้หญิงบนเกาะก็ได้เริ่มทำงานลูกไม้ด้วยมือขึ้น และนำไปสู่การค้าขาย ลูกไม้ถูกส่งออกไปทั่วทั้งยุโรป  แม้ว่าตั้งแต่ในช่วงศตวรรษที่ 18 การส่งออกลูกไม้จะลดลงไปมาก แต่เมื่อมีการเปิดโรงเรียนเชิดหุ่น การแกะสลักบนเกาะก็โผล่ขึ้นมาอีกครั้ง ประกอบกับชื่อเสียงของบ้านเมืองที่มีสีสันสดใสอันเป็นที่นิยมของศิลปินและผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพจึงทำให้การท่องเที่ยวในเกาะ Burano และการค้าขายสินค้าและบริการต่างๆ ภายในเกาะกลับมาคึกคักอีกครั้ง

เกาะบูราโน่ เมืองเวนิส

การเดินทางจากสนามบินเวนิสมาร์โคโปโล ไปยังสถานีรถไฟเวเนเซียซานตาลูเซีย

– รถยนต์ เริ่มจาก Venice Marco Polo Airport ไปยัง Stazione di Venezia Santa Lucia มีระยะทางประมาณ 13.7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที

– รถประจำทาง เริ่มจาก Venice Marco Polo Airport ให้เดินมายังที่ท่ารถ Aeroporto Marco Polo เพื่อขึ้นรถบัสสาย Venezia P. Roma (ออกทุก 20 นาที) มุ่งหน้าไปยังเมือง Venice โดยเมื่อไปถึงเมืองเวนิส รถบัสจะจอดให้ลงบริเวณท่ารถ Venezia Piazzale Roma ATVO ที่จัตุรัสโรมา (Piazzale Roma)สล็อต จากนั้นเดินต่อไปประมาณ 450 เมตร ก็จะถึงยัง Stazione di Venezia Santa Lucia มีระยะทางโดยรวมประมาณ 13.7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที

: Stazione di Venezia Santa Lucia เป็นสถานีรถไฟหลักของเมืองเวนิสที่มีเส้นทางการเดินรถที่เชื่อมต่อกับเมืองต่างๆ ในประเทศอิตาลี รวมถึงเมืองในประเทศแถบยุโรป แต่ขนส่งสาธารณะหลักภายในเมืองเวนิส จะใช้การเดินทางทางน้ำโดย “เรือประจำทาง” ที่เรียกว่า “Water-bus” ซึ่งมีท่าเรือครอบคลุมทั่วเมือง โดยท่าเรือบริเวณด้านหน้า Stazione di Venezia Santa Lucia มีจำนวน 4 ท่าแยกตามเส้นทางเดินเรือ ได้แก่ Ferrovia “A”, Ferrovia “B”, Ferrovia “C” และ Ferrovia “D”

การเดินทางจากสถานีรถไฟเวเนเซียซานตาลูเซีย ไปยังเกาะบูราโน่ (Burano)

– เรือ Ferry จาก Stazione di Venezia Santa Lucia ไปยังท่าเรือ Ferrovia D เพื่อขึ้น Water-bus สาย 5.2 จากนั้นลงที่ท่า F.te Nove “D” และเดินไปต่อเรือที่ท่าเรือ F.te Nove “A” เพื่อขึ้น Water-bus สายที่ไป Burano แล้วไปลงยังท่าเรือ Burano “B” ก็จะถึง Burano แล้ว ใช้เวลาเดินทางโดยรวมทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

เวลาทำการเปิด-ปิด

บนเกาะเปิดตลอดเวลา

ในส่วนของพิพิธภัณฑ์ผ้าผ้าลูกไม้เมอร์เล็ตโตมีเวลาทำการ ดังนี้

– ในช่วงฤดูร้อน เดือนเมษายน – เดือนตุลาคม เวลา 10:30 น. – 17:00 น.

– ในช่วงฤดูหนาว เดือนพฤศจิกายน – เดือนมีนาคม เวลา 10:00 น. – 17:00 น.

– ปิดวันจันทร์

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *