เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ผ้าไหมยกดอกลำพูน

เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ผ้าไหมยกดอกลำพูน ชุดไทยสีทองเลอค่าที่ “ลิซ่า BLACKPINK” สวมใส่ในมิวสิควิดีโอเพลง LALISA ซึ่งเป็นโซโลเดี่ยวเพลงแรกของเธอ ยังคงงดงามตรึงตราเป็นที่ชื่นชมของแฟนคลับที่ได้ชม โดยชุดผ้าไหมไทยสุดพิเศษนี้สร้างสรรค์โดยแบรนด์ ASAVA ให้ลิซ่าสวมใส่โชว์ความเป็นไทยไปทั่วโลก

ในมิวสิกวิดีโอ ลิซ่าได้ปรากฏตัวในชุดเสื้อไหล่เดี่ยว แต่งเคปยาว และกระโปรงสั้นจับเดรปผ้าไหมสีเหลืองทองที่ตัดเย็บจากผ้าไหมยกดอกลำพูน ลายพานจักรพรรดิยกทอง ประดับด้วยคริสตัลจาก Swarovski ที่ปักด้วยมืออย่างประณีต สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย สร้างความโดดเด่นสะดุดตาให้กับผู้ที่ได้ชม

สถาบันผ้าทอชุดไทยประยุกต์สุดเก๋นี้ด้วยเช่นกัน และทำให้ชื่อของ “ผ้าไหมยกดอกลำพูน”ของดีขึ้นชื่อของเมืองลำพูนถูกหยิบยกมาพูดถึง
“ผ้าไหมยกดอกลำพูน”เป็นผ้าทอมือที่ขึ้นชื่อในเรื่องความประณีตงดงามมากที่สุดแบบหนึ่งในภาคเหนือ โดยเป็นเทคนิคการทอผ้าด้วยการยกลวดลายให้สูงกว่าผืนผ้า โดยส่วนใหญ่นำลวดลายมาจากธรรมชาติ โดยเฉพาะ “ลายดอกพิกุล” ที่ถือเป็นลวดลายเอกลักษณ์ของผ้าทอยกดอกลำพูน

ลักษณะเด่นของผ้ายกดอก คือในผืนผ้าจะมีลวดลายในตัว โดยผิวสัมผัสมีความนูนที่แตกต่างกันไปตามลวดลาย ซึ่งส่วนใหญ่ลายจะใช้ฝ้ายหรือไหมสีเดียวกันตลอดทั้งผืน บางครั้งอาจมีการจกฝ้ายเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความเด่นของลวดลาย
ไป “ลำพูน” หรือแต่เดิมมีชื่อว่า “นครหริภุญชัย” เห็นทีจะพลาด หากไม่ได้เข้าไปสัมผัสวิถีการทอผ้าที่สืบทอดกันมาแต่ครั้งอดีตกาล

การเดินทางไปครั้งนี้ ทำให้ทราบว่า คนรักผ้าทอ และพร้อมดำเนินการต่อ รวมไปถึงผู้ที่รู้รักษ์ (ษา) ยังมีอยู่จำนวนมาก รวมไปถึงผู้สนับสนุนที่พร้อมส่งเสริมให้ผ้าทอจากภูมิปัญญาได้ขึ้นแท่นสู่ระดับสากล อย่าง กรมหม่อนไหม (ผู้นำพาคณะผู้สื่อข่าวไปสัมผัสผ้าทอยกดอก ลำพูน) ซึ่งถือเป็นหนึ่งหน่วยงานหลักที่ให้การสนับสนุนส่งเสริม จนเห็นภาพเด่นชัด กับการยกระดับ “ผ้าทอยกดอก ลำพูน” สู่การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GIUfabet)

จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เรื่องราวของผ้าทอในครั้งนี้ เริ่มต้นที่ “สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย” ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน สถาบันที่อยู่ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ผู้เห็นความสำคัญของภูมิปัญญาการทอผ้าของคนลำพูน ที่มีความเป็นเอกลักษณ์และถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ และด้วยเกรงว่าจะสูญหายไปกับกาลเวลา จึงได้จัดตั้งสถาบันนี้ขึ้น
จากได้ฟังเรื่องเล่า ทำให้ทราบว่า แต่เดิมนั้นหญิงชาวลำพูน จะมีทักษะการทอผ้า และด้วยเพราะลำพูน ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่มีความเก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือ มีกลุ่มคนอาศัยอยู่หลากหลายชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น ยวน โยนก ไทใหญ่ ยางแดง เขิน ลื้อ ลั้วะ และมอญ ซึ่งกับการทอผ้าของชนชาวยอง (ไทลื้อที่อพยพมาจากเมืองยอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเชียงตุง ประเทศพม่า) ถือว่ามีเอกลักษณ์

สำหรับในกลุ่มชนชั้นสูง วัตถุดิบที่ใช้นำมาทอผ้าจะเน้นเป็นเส้นไหมมากกว่าเส้นฝ้ายซึ่งจะใช้ในชนชั้นล่าง ต่อเมื่อกาลเวลาล่วงผ่านนับร้อยปี การทอผ้าไหมและผ้าฝ้ายยังประยุกต์ใช้กันอยู่ แต่ลวดลายนั้นไม่วิจิตรนัก

เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ผ้าไหมยกดอกลำพูน พิพิธภัณฑ์ของสถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย

ลำพูนหรือเมืองหริภุญชัยนั้นเป็นนครโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือ มีกลุ่มคนหลากชาติพันธุ์อาศัยอยู่มายาวนาน ทั้งไทลื้อ ไทยวน ไทใหญ่ มอญ ลัวะ ฯลฯ แต่กลุ่มชาติพันธุ์ที่มีจำนวนมากที่สุดในลำพูนคือคนยอง หรือไทยอง ซึ่งเป็นชาวไทลื้อกลุ่มหนึ่งที่มีถิ่นฐานอยู่ในเมืองยอง (ปัจจุบันอยู่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา) โดยหญิงชาวยองนั้นขึ้นชื่อว่ามีฝีมือในการทอผ้าอย่างมาก

เดิมการทอผ้าของคนลำพูนจะเป็นการทอเชิงผ้าถุง แล้วนำมาต่อกับผ้าทอมือลายขวาง ประกอบเป็นผ้านุ่ง ส่วนเจ้านายของลำพูนก็จะนุ่งผ้าที่ทอจากเส้นไหม เพื่อบ่งบอกฐานะทางสังคมที่แตกต่างจากชาวบ้านทั่วไป การทอผ้าไหมยกดอกลำพูนจึงเริ่มต้นในคุ้มเจ้าซึ่งมีช่างทอฝีมือดีประจำอยู่ ต่อมาจนกระทั่งพระราชชายา เจ้าดารารัศมี พระราชชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ผู้ทรงสนพระทัยในการทอผ้า ทรงคิดและประดิษฐ์การทอผ้าด้วยลวดลายใหม่ๆ โดยนำรูปแบบของผ้ายกทองในราชสำนักหลวงที่รวบรวมช่างฝีมือจากทุกหัวเมืองมาประยุกต์ทอเป็นรูปแบบของซิ่นไหมเมืองเหนือ พระองค์ได้ฝึกคนในตำหนักให้ทอผ้า แล้วนำไปถวายเจ้านายชั้นผู้ใหญ่และทรงใช้ส่วนพระองค์ด้วย

หลังจากรัชกาลที่ ๕ สวรรคต พระราชชายาเจ้าดารารัศมีได้เสด็จกลับมาประทับที่เชียงใหม่ และทรงนำความรู้เกี่ยวกับการทอผ้าที่ได้มาจากราชสำนักมาประยุกต์ในการประดิษฐ์ลวดลายบนผืนผ้าไหมให้พิเศษขึ้น ด้วยการเพิ่มเส้นด้ายพุ่งพิเศษเป็นดิ้นเงิน ดิ้นทอง การเก็บลายจึงต้องใช้ตะกอเพื่อสามารถทอลวดลายที่ซับซ้อนประณีตได้มากขึ้น ด้วยความที่พระองค์เป็นพระญาติกับเจ้าเมืองลำพูน จึงทรงถ่ายทอดความรู้เรื่องการทอผ้าไหมยกดอกให้แก่เจ้าหญิงส่วนบุญ พระชายาเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้าย และเจ้าหญิงลำเจียกผู้เป็นธิดา และต่อมาทั้งสองพระองค์ก็ได้นำความรู้ในการทอผ้ายกมาฝึกแก่คนในคุ้มหลวงลำพูน รวมไปถึงชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงจนเริ่มมีการทอกันมากในตำบลเวียงยองและบริเวณที่เป็นชุมชนของเจ้านายยองในอดีต จากนั้นมาผ้าไหมยกดอกลำพูนก็เริ่มพัฒนาลวดลายและเทคนิคให้งดงามประณีตมากขึ้น

ผ้าทอลำพูน

อีกผู้หนึ่งซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาผ้าไหมยกดอกลำพูนก็คือเจ้าพงศ์แก้ว ณ ลำพูน พระนัดดาของเจ้าแก้วนวรัฐ ซึ่งได้มาเสกสมรสกับเจ้าพัฒนา ณ ลำพูน บุตรชายของเจ้าหญิงส่วนบุญ เจ้าพงศ์แก้วได้รับการถ่ายทอดวิชาการทอผ้าด้วยกี่พื้นเมืองจากเจ้าหญิงส่วนบุญจนสามารถสืบทอดการทอผ้ายกดอกโบราณที่สวยงามของคุ้มลำพูน อีกทั้งท่านยังเป็นผู้ริเริ่มบันทึกลวดลายต่างๆ ไว้ในกระดาษกราฟเพื่อเป็นต้นแบบและป้องกันการสูญหาย พร้อมกันนั้นท่านยังได้เปิดโรงทอผ้าขนาดย่อมขึ้นในคุ้มหลวง ฝึกสอนให้ชาวบ้านหัดทอผ้าฝ้ายยกดอกและไหมยกดอกไว้ใช้กันในครัวเรือนมากยิ่งขึ้น และสามารถนำไปประกอบอาชีพทอผ้าเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนได้

ประกอบกับการคมนาคมที่สะดวกมากขึ้น มีการสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อภาคเหนือกับภูมิภาคต่างๆ ถนนหนทางดีขึ้น ผ้าไหมยกดอกเมืองลำพูนจึงได้มีโอกาสเดินทางออกนอกพื้นที่ให้คนต่างถิ่นได้ชื่นชมในความงามของผืนผ้า จนขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในผ้าทอที่งดงามล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งในไทย ยิ่งนำมาตัดเย็บเป็นชุดไทยก็ยิ่งสวยสง่าน่าชม

จนมาในยุคปี 2021 ผ้าไหมยกดอกลำพูนจึงมีโอกาสพิเศษที่ยิ่งใหญ่ เมื่อลิซ่าต้องการให้มิวสิควิดีโอแสดงถึงความเป็นไทย จึงได้นำพาเอาผ้าไทยแสนงดงามและเอกลักษณ์ไทยต่างๆ ไปอวดสู่สายตาของชาวโลกแบบปังสุดๆ

มีเทคนิคการทออย่างละเอียด

สำหรับแฟนคลับลิซ่า หรือคนรักผ้าไทยที่อยากจะรู้จักกับผ้าไหมยกดอกลำพูนให้มากขึ้น รวมถึงอยากครอบครองเป็นเจ้าของสักผืนสองผืน ถ้ามีโอกาสอยากให้มาชมกันถึงถิ่น ที่ “สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย” ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน ที่ อบจ. ลำพูน เป็นผู้ดูแล โดยถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เกี่ยวกับผ้าเมืองลำพูน โดยเฉพาะผ้าไหมยกดอกลำพูนอันเลื่องชื่อ และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)

ภายในสถาบันฯ แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ ส่วนของพิพิธภัณฑ์ผ้าที่ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับผ้าทอยกดอกของลำพูน ความเป็นมาของผ้าทอในคุ้มเจ้าลำพูน รวมถึงผ้าทอยกดอกลวดลายสวยงามต่างๆ นอกจากนั้นยังมีส่วนของโรงทอผ้าที่มีการสาธิตการทอผ้า ที่ในบางวันจะมีสาวน้อยสาวใหญ่มานั่งทอผ้ากันอย่างตั้งอกตั้งใจ สร้างสรรค์ลวดลายขึ้นมาจากเส้นไหมอย่างน่าอัศจรรย์ ถ้าใครสนใจเกี่ยวกับวิธีการทอ การยกดอก หรือลวดลายต่างๆ ก็สามารถสอบถามจากช่างทอได้เลย

และสุดท้ายคือส่วนที่หลายคนอยากชมมากที่สุด นั่นคือโซนช้อปปิ้งที่จัดเป็นร้านขายสินค้าหัตถกรรมจากผ้าทอต่างๆ ที่คนในชุมชนจัดทำขึ้น ทั้งผ้าไหมยกดอก ผ้าฝ้ายยกดอก สามารถหาซื้อไปเป็นผ้าสำหรับตัดชุดได้ หรือจะเลือกซื้อเสื้อซิ่นแบบสำเร็จไปนุ่งห่มเลยก็ได้ หรือใครอยากได้สินค้าเล็กๆ น้อยๆ พวกผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ กระเป๋า ย่าม ฯลฯ ที่นี่ก็มีให้เลือกซื้อด้วยเช่นกัน

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *