เมืองเก่าลี่เจียง (Lijiang Old Town)

เมืองเก่าลี่เจียง (Lijiang Old Town)

เมืองเก่าลี่เจียง (Lijiang Old Town) ในเมืองลี่เจียง (Lijiang) เป็น 1 ใน 4 เมืองเก่าของประเทศจีนที่ล้วนถูกอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดีอีก 3 เมืองที่เหลือได้แก่ เมืองเก่าหลางจงใน มณฑลเสฉวน (Langzhong Ancient Town in Sichuan) เมืองเก่าผิงเย๋าในมณฑลซานซี (Pingyao Ancient City in Shanxi) และเมืองเก่าเซ่อเสี้ยนในมณฑลอันฮุย (Shexian Ancient Town in Anhui)ได้รับการจดทะเบียนขึ้นเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปีค.ศ. 1997

ที่นี่มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า เมืองเก่าต้าเหยียน (Dayan Old Town) เป็นเมืองเก่าของชาวน่าซีพื้นเมือง (Naxi Ethnic Group) ประกอบไปด้วย 1 เขตเมืองเก่า และ 4 ตำบล รวมทั้งย่านเมืองใหม่ของลี่เจียงเมืองเก่าต้าเหยียน เมืองเก่าซู้เหอ (Shuhe Old Town) เมืองเก่าไป๋ซา (Baisha Old Town) และรวมไปถึงพื้นที่บางส่วนของหุบเขาเสือกระโจน

ที่นี่ถูกสร้างในช่วงราชวงศ์ซ่ง (Song Dynasty) ตอนปลายไปถึงหยวน (Yuan Dynasty) ตอนต้นประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 800 ปีแล้ว! สถาปัตยกรรมทั้งหมดของเมืองเก่าลี่เจียงจะมีความแตกต่างจากที่อื่นๆในจีน เนื่องจากเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมของชาวน่าซีพื้นเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งใน 56 กลุ่มชนพื้นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเผ่าหนึ่งของจีนทีเดียว

เมืองเก่าลี่เจียง โดยสถาปัตยกรรมแบบน่าซีได้รับอิทธิพลมาจากชาวฮั่นไป๋ และทิเบต ทำให้ลักษณะที่อยู่อาศัยของที่ลี่เจียง จะมีหลังคามุงกระเบื้องซึ่งทำจากดินและไม้ หรือดินและหิน ประตูหน้าต่างมีการแกะสลักด้วยสีสันสะดุดตามีต้นไม้ดอกไม้ในและนอกบ้าน รวมถึงสร้างแบบเรียงติดๆ กันไปจนเกิดเป็นตรอกซอกซอยเก๋ๆแปลกตาสุดๆ ปัจจุบันมีอาคารบ้านเรือนกว่า 6,200 หลัง มีคนอาศัยอยู่ในเมืองเก่ากว่า 25,000 คน และกว่า 30% เป็นชาวน่าซีนั่นเอง

หากเปรียบให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ที่นี่มีถนนอันเก่าแก่ทำหน้าที่เหมือนเป็นโครงข่ายที่เชื่อมเมืองเก่าเข้าไว้ด้วยกัน สายน้ำที่ไหลเปรียบเสมือนเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนในเมือง ร้านค้าและบาร์แสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน และความเชื่อขนบธรรมเนียมของชาวน่าซี ก็เป็นเหมือนวัฒนธรรม และจิตวิญญาณของเมืองเก่าลี่เจียงนั่นเอง

เมืองเก่าลี่เจียงตั้งอยู่บนที่ราบสูงหยุนกุ้ย (Yungui Plateau) ที่ความสูง 2,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมืองเก่าแห่งนี้อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain) ufabetสามารถมองเห็นยอดเขาได้ด้วย หากไม่หนำใจก็เที่ยวภูเขาต่อเล้ยย

ของขึ้นชื่อที่นี่ก็มีเยอะนะจ๊ะ อย่างเช่น ขนมกินเล่นของชาวน่าซี พวกสลัด (Salad) เยลลี่ถั่วจีโต้ว (Jidou Pea Jelly) ลี่เจียงปาปา (Lijiang Baba) เป็นเค้กแบบชาวลี่เจียง หม่าปู้ผลไม้แปรรูป (Mabu Preserved Fruit) ชาถั่ว (Buttered Tea) เอ๋อร์ไขว้ (Er Kuai) เป็นเค้กข้าว หรือแม้แต่ชาบูหม้อทองแดงน่าซี (Naxi Copper Pot)

เรื่องเล่า เมืองเก่าลี่เจียง (Lijiang Old Town)

ลี่เจียง

Baisha Village 白沙村 – Shuhe Old Town 束河古镇 – Lijiang Old Town 丽江古城

เรามีเวลาอยู่ ลี่เจียง อีก 2 วันเต็มๆ ไฮไลท์ของที่นี่ ที่ใครๆต้องไปคือ ภูเขาหิมะมังกรหยก ขึ้นไปชมความงามบนยอดเขาที่ระดับความสูงเกินกว่า 4,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศด้านบนเบาบาง มีโอกาสที่จะเกิดอาการแพ้ความสูงได้ง่ายๆ เราเลยวางแผนที่จะสร้างความคุ้นเคยให้กับร่างกายก่อน โดยที่วันนี้เราจะอยู่ที่ราบกันทั้งหมด เพื่อปรับตัวให้คุ้นชินแล้วพรุ่งนี้ค่อยไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ

ตื่นเช้ามาเพิ่งจะได้เห็นบรรยากาศของ Hostel ที่ตัวเองพักชัดๆ ว่ามันน่ารักมาก เหมือนอยู่ในหนังจีนกำลังภายใน มีที่นั่งเล่นอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยห้องพักที่ซ่อนตัวอยู่ในอาคารรูปทรงโบราณ

เราชื่นชมกับบรรยากาศของโรงแรมสักพัก แล้วตั้งใจเดินออกไปหาอะไรกินกันก่อนที่จะไปยังจุดหมายแรกคือ Baisha Village พอก้าวเท้าออกมา มองไปฝั่งตรงข้าม ก็เห็นร้านอาหารเปิดอยู่แต่เช้า ประตูบานเฟี้ยมโบราณที่ยังเปิดไม่ครบทุกบาน กับโต๊ะไม้ในร้านเพียงไม่กี่โต๊ะ มุมขายอาหารหน้าร้านที่มีไม่มากนัก แต่แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับมื้อเช้าของเราในวันนี้ เมนูง่ายๆ น้ำเต้าหู้ กับปาท่องโก๋ ซาลาเปา และไข่ต้มใบชา น้ำเต้าหู้เค้าจะใส่ชามเล็กมาให้ แต่ไม่มีช้อนมาด้วย คาดว่าเค้าจะใช้วิธียกซดกันนะ กินอิ่มสบายท้อง ทีนี้ก็ได้เวลาออกไปเที่ยวเมืองเก่ากันแล้ว กว่าจะเดินออกจากเมืองเก่าลี่เจียงไปขึ้นรถได้ เราใช้เวลาพอสมควร ทั้งๆที่ก็ไม่ได้ไกลเท่าไหร่นะ เดินไปไม่กี่ก้าว ก็เป็นอันต้องหยุดถ่ายรูปตลอด เห็นอะไรก็แปลกตา สวยไปหมด ตั้งแต่ซอยในโรงแรม ไปจนถึงป้ายรถเมล์ เมืองเก่ายามเช้าแบบนี้ บรรดาร้านรวงต่างๆยังไม่เปิดมากนัก คนยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่จะมีคนคอยเดินเข้ามาเสนอแพคเกจไปเที่ยวอยู่เรื่อยๆ ตลอดทาง แต่ส่วนใหญ่จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ระหว่างที่เราเดินๆหยุดๆ ก็เจอ Tourist Information ตอนที่ถามทางไปโรงแรมเมื่อคืนนี้ ตอนแรกตั้งใจว่าจะไป Baisha Village โดยการนั่ง Taxi ไป เพราะเราไม่รู้ว่ามีรถเมล์สายไหนผ่านบ้าง แต่เห็น Information เค้าเปิดแล้วเราเลยเข้าไปคุยด้วยดีกว่า เข้าไปถามสายรถเมล์ที่ไป Baisha Village ได้ความว่าให้นั่งสาย 6 ไปคนละ 1 หยวนเอง ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึง (เราเดาว่าถ้านั่ง Taxi น่าจะไม่ต่ำกว่า 30-40 หยวน นั่งรถเมล์ไปนี่แหละ Local ดี) เดินไปถึงทางเข้าเมืองเก่า ใกล้ๆกับกังหัน จะเจอที่เก็บเงินค่าเข้าเมืองเก่า คนละ 80 หยวน (ต้องเก็บไว้ให้ดีๆเลย อันนี้ต้องใช้หลายที่)

หลังจากชื่นชมกับงานศิลปะที่หาดูได้ยากแล้ว เราจะเดินไปดูบรรยากาศภายในหมู่บ้านกันต่อ เดินชมวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชนเผ่า Naxi ในหมู่บ้านแห่งนี้กัน… จากภาพจิตรกรรม เดินไม่ไกลจะพบกับตรอกเล็กๆที่มีร้านขายของพื้นเมืองและของที่ระลึกวางเรียงรายตลอดสองข้างทาง

ประตูทางเข้าตรอกนี้เป็นเขตกั้นระหว่างคนที่เสียกับไม่เสียค่าเข้า คือถ้าคนที่เดินมาจากทางที่ไม่เสียเงิน จะมาสุดได้แค่ประตูนี้เท่านั้น

ออกจากตรอกเล็กๆมา เราจะเริ่มได้เห็นบ้านเรือนของผู้คนในหมู่บ้าน รวมถึงร้านค้าต่างๆมากขึ้น บรรยากาศภายในหมู่บ้านค่อนข้างเงียบสงบ ผู้คนใช้ชีวิตกันแบบช้าๆ ดูไม่ได้รีบร้อนอะไร นักท่องเที่ยวเริ่มมีให้เห็นบ้าง แต่ก็ค่อนข้างบางตา ต่างกับในลี่เจียงเมืองเก่า ที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศนิยมไปกัน ซึ่งแพลนเราวันนี้ จะกลับไปสำรวจลี่เจียงเมืองเก่าในช่วงเย็น ตอนนี้เราขอดื่มด่ำกับชุมชนเก่าๆที่เงียบสงบแห่งนี้ก่อน

ต่อไป เดินไปเรื่อยๆ หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ไม่นานเราก็เดินมาเจอกับทางเข้าที่ไม่ต้องเสียเงินค่าเข้า และในที่สุดก็ได้รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน เอาจริงๆ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะเสียเงิน 30 หยวนแล้วไปดูภาพจิตรกรรมหรอก แต่คือเราหาทางเข้าอีกทางที่ไม่ต้องเสียเงินไม่เจอ ทางเข้าที่ไม่ต้องเสียเงิน ถ้าจะเข้าทางนี้เมื่อลงจากรถเมล์ให้หันหน้าเข้าถนนแล้วเดินไปทางซ้าย ถ้าเดินไปทางขวาแบบเราคือทางที่จะดูภาพจิตรกรรม…จาก Baisha Village เราจะไป Shuhe Old Town กันต่อ รู้มาว่าต้องนั่งสาย 6 พอสาย 6 มาเราเลยเอาชื่อ Shuhe Old Town ภาษาจีนให้คนขับดู เค้าส่ายหน้าว่าไม่ไป งงเลยดิทีนี้ เอางัยดี เจอป้าร้านขายถั่วข้างป้ายรถเมล์ เลยเข้าไปถาม ป้าแกบอกให้นั่งรอตรงนี้นะ เราคิดว่าคงเหมือนเดิม พอรถเมล์มาคงบอกให้เราขึ้นรถเองแหละ แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ มีรถเมล์สาย 6 มา ป้าบอกให้ขึ้นคันนี้ เราก็เอ๊ะ! คันที่แล้วก็สาย 6 เค้าบอกไม่ไปนี่หว่า แต่เราดูดีดีอีกที เห็นว่าเป็นสาย 6A เราถึงกับร้องอ๋อ!! แบบนี้นี่เอง 6A นะ ค่ารถคนละ 1 หยวนเหมือนเดิม

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *